Creative Parenting Attitude

 

"Creative Parenting Attitude” เทรนด์เลี้ยงลูกแบบใหม่
“เรียน–เล่น–รู้-เติบโต” กับลูกได้อย่างไร ด้วยวิธีอะไรบ้าง

เรียน (Learn)การเลี้ยงลูกให้เก่งนั้น ก่อนอื่นคุณพ่อและคุณแม่ควรสังเกตดูก่อนว่าลูกน้อยมีความถนัดในการเรียนรู้ทางด้านใดมากกว่า เช่น หากลูกเก่งคณิตศาสตร์มากกว่าการเรียนวิทยาศาสตร์ คุณอาจหากิจกรรมเสริมที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้ลูกได้มีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้นที่ไม่ใช่การเรียนรู้จากในห้องเรียนเพียงเท่านั้น เช่น พาลูกน้อยไปเยี่ยมชมท้องฟ้าจำลองหรือหากิจกรรมทางวิทยาศาสตร์สนุกๆ ทำที่บ้านกับลูกน้อย วิธีนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกหันมาสนใจที่จะเรียนรู้วิชานี้มากขึ้น ยิ่งเด็กเรียนรู้มากก็ยิ่งมีประสบการณ์ชีวิตที่ดีมาก การดำเนินชีวิตที่ดีจึงเป็นการดำเนินชีวิตพร้อมไปกับการเรียนรู้ เพราะชีวิตที่ดี คือ ชีวิตแห่งการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งการที่เด็กจะเป็นผู้มีความตั้งใจใฝ่เรียนรู้ ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 2 ด้าน คือ ปัจจัยภายในตัวเด็ก และ ปัจจัยภายนอกตัวเด็ก โดยพ่อและแม่สามารถตั้งคำถามและนำเสนอทางเลือกของความคิดในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้น ชักนำ และฝึกให้เกิดคำตอบในตัวเด็กเอง ซึ่งเป็นวิธีคิดที่มีลักษณะสำคัญ 4 ประการคือ คิดให้เห็นทะลุตลอดลงไปถึงต้นตอรากเหง้า คิดมีขั้นตอนเป็นลำดับ คิดถูกวิธี และคิดให้เกิดผลขึ้นมา 

พ่อแม่ควรสอนให้ลูกมีความสุขกับการเรียนด้วยการเตรียมตัวตั้งแต่ยังเล็ก อาทิ อ่านหนังสือกับลูกจนเกิดเป็นนิสัย พ่อแม่ควรจัดเวลาอ่านหนังสือกับลูก ชี้ชวน แนะนำ เล่านิทานจากในหนังสือให้ลูกฟัง และแสดงให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่ก็ชอบอ่านหนังสือ ฝึกให้ลูกมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบงานในบ้านอย่างสม่ำเสมอ เปิดโอกาสให้ลูกได้ทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง ฝึกให้ลูกทำงานบ้านที่เหมาะสมกับวัย โดยพ่อแม่ช่วยแบ่งงานให้เป็นส่วน ที่ลูกสามารถทำสำเร็จและปล่อยให้ลูกทำเองได้ เช่น การแต่งตัว การดูแลตัวเอง การรักษาความสะอาดร่างกาย ของใช้ ห้องนอน การจัดเก็บโต๊ะอาหาร การล้างจาน ฯลฯ จัดสรรตารางชีวิตกับลูก ฝึกลูกให้มีความสม่ำเสมอในการทำสิ่งต่างๆ ฝึกให้ลูกรู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ โดยพ่อแม่ลูกร่วมกันทำตารางชีวิตในแต่ละวันว่า จะใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆที่เหมาะสมอย่างไร และช่วยกันทำเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เช่น การพักผ่อน การตื่นนอน การรับประทานอาหารแต่ละมื้อ การทำงานบ้าน การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา การอ่านหนัง สือ การทำการบ้าน การดูทีวี การไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ฯลฯ ตกลงกติกาในบ้านที่เหมาะสม ให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติร่วมกัน เป็นการฝึกให้ลูกรู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น เข้าใจผู้อื่น เคารพกติกา และสามารถปฏิบัติตนที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ เช่น ไม่พูดคำหยาบ พูดจาสุภาพ ใช้ของแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยทุกครั้ง ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร เก็บจาน เป็นต้น สอนลูกทำการบ้าน เริ่มจากการทำความเข้าใจกับลูกว่า การบ้านเป็นความรับผิดชอบของลูกที่จะต้องทำให้เสร็จเรียบ ร้อยทุกครั้ง แต่พ่อแม่สามารถช่วยลูกทำการบ้านได้ โดยช่วยจัดตารางเวลา ช่วยสร้างนิสัยการทำการบ้านให้เป็นกิจวัตร สอนลูกให้รีบทำการบ้านที่ได้รับมอบหมายมา อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ช่วยจัดสถานที่ที่เอื้อต่อการทำการบ้าน ให้มีความสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ มีเครื่องเขียนอุปกรณ์พร้อม นอกจากนี้พ่อแม่ควรให้คำแนะนำกับลูก เช่น วิธีการหาข้อมูล วิธีใช้พจนานุกรม เมื่อลูกทำการบ้านเสร็จ ฝึกให้ตรวจดูความถูกต้องเรียบร้อยก่อนนำส่งครู และพ่อแม่สามารถสื่อสารให้ครูได้ทราบถึงปัญหาในการทำการบ้านของลูก ทำการเรียนรู้ในชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องสนุก เพราะคนเราสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ตลอดเวลา พ่อแม่ควรทำการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องสนุก น่าสนใจ มีความท้าทาย ฝึกให้ลูกรู้จักตั้งคำถามและฝึกหาคำตอบในเรื่องต่างๆ ฝึกคิดแก้ปัญหา ฝึกให้ลูกรู้จักแสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง นำเรื่องต่างๆมาเล่าให้ลูกฟัง พร้อมทั้งสอดแทรกข้อคิด สิ่งที่น่าเรียนรู้ไว้ด้วย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อลูกมาก ฝึกให้ลูกคิดถึงอนาคตของตัวเอง สิ่งที่ลูกคาดหวังจะสำเร็จได้ด้วยการเริ่มต้นในวันนี้ ลูกจึงควรมีส่วนในการวางแผนอนาคตของตัวเอง และสามารถตัดสินใจในบางเรื่องได้

 

เล่น (Play)คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่าพัฒนาการที่ดีของเด็กเริ่มที่พ่อแม่‎ โดยการเล่นกับลูกอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้ฉลาดเด็กฉลาดได้แบบไม่รู้ตัว เด็กๆ จะพัฒนาและเรียนรู้ผ่านการทำซ้ำ หรือการเล่นที่ถูกต้อง (เน้นกระตุ้นประสาทสัมผัสของลูก) จะทำให้เซลล์ประสาทมีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

แล้วถ้าเราไม่ค่อยได้เล่นกับลูก จะมีผลกระทบอย่างไร
ยกตัวอย่างระหว่างการเลี้ยงเด็กที่พ่อแม่พูดคุยกับลูกอยู่เสมอ อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่เล็กๆ เมื่อเทียบกับเด็กที่พ่อแม่ไม่ค่อยพูดกับลูก ไม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เซลล์ประสาทในด้านการรับรู้ด้านภาษาของเด็ก 2 คนนี้ เมื่อโตขึ้นจะแตกต่างกัน เด็กที่เติบโตมาโดยที่พ่อแม่พูดคุยกับลูกอยู่เสมอ จะสามารถใช้ทักษะทางด้านภาษาได้ดีกว่า หรืออีกกรณี เด็กที่เติบโตมาโดยมีคนเล่นด้วยอยู่เสมอ กับเด็กที่ไม่ค่อยได้เล่นกับใคร เมื่อเติบโตขึ้นมา เด็กที่เล่นกับคนอื่นอยู่เสมอๆ จะสามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ง่ายกว่า

 

รู้และเติบโต (Life)คุณพ่อและคุณแม่ควรสอนลูกให้มีทักษะชีวิต (life skills) ความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหา และความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นทักษะชีวิต 

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต หรือใช้ทักษะชีวิตเป็น จะเกิดประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้มีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว เห็นคุณค่าของการมีชีวิตและครอบครัวที่อบอุ่นเป็นสุข มีการแสดงออกถึงความรัก ความกตัญญูระหว่างกันในครอบครัวในโอกาสที่เหมาะสม ช่วยทำงาน ช่วยแบ่งเบาภาระในครอบครัว และรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ มีความรู้ ทักษะ และกระบวนการเรียนรู้ ที่หลากหลายมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ และนำมาแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม มีทักษะในการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร สามารถเชื่อมโยงความรู้ จัดกลุ่มความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ที่ได้จากการเรียนรู้ นำมาจำแนกเป็นประเด็นความรู้เดิมกับประเด็นความรู้ใหม่ ตั้งใจเรียนหนังสือ และมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สามารถทำงานด้วยตนเองและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้สำเร็จ ยอมรับฟังความคิดเห็น และแสดงความคิดเห็นของตนเองด้วยกิริยาวาจาสุภาพ สามารถจัดการกับปัญหาความขัดแย้ง และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม รู้จักป้องกันหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 

สามารถดูแลสุขภาพร่างกายของตนตามหลักของสุขบัญญัติ ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ไม่ก่อเหตุที่นำไปสู่การทะเลาะวิวาทและความรุนแรง มีสุขภาพจิตที่ดี มีมุมมองเชิงบวก มีการควบคุมอารมณ์ สามารถจัดการกับอารมณ์และความเครียดด้วยการปฏิบัติกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อผ่อนคลายความเครียดได้

 

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ลิตเติ้ล อาร์ทิสท์ (Little Artist Brand)

นอกจากการนำเข้าสินค้าต่างๆ แล้ว ลิตเติ้ล อาร์ทิสท์ ยังมีจำหน่ายสินค้าในแบรนด์ของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน ได้แก่ เครื่องเขียนต่างๆ อาทิ ปากกาและดินสอหัวเพชร ปากกาไฮไลท์เตอร์ และปากกาลูกลื่นสองหัวสองสี ผลิตในต่างประเทศ ให้คุณภาพสูง เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงาน

พบกับลิตเติ้ล อาร์ทิสท์และผลิตภัณฑ์สินค้านำเข้าของใช้ ของเล่น และอุปกรณ์การเรียน เพื่อพัฒนาการสำหรับเด็กได้แล้ววันนี้ที่ Asia Books, Central, Emporium, Siam Paragon, Tokyu, King Power, Toy ‘R’ Us หรือช็อปผ่านออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์: www.littleartistbrand.com ไลน์: LittleArtistBrand

 

ติดตามข่าวสารของลิตเติ้ล อาร์ทิสท์ ได้ที่

เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/LittleArtistBrand  

ยูทูป: www.youtube.com/user/LittleArtistBrand

อินสตาแกรม: littleartistbrand